Author: Webmanual1

ทำความรู้จัก “โรคซึมเศร้า” และวิธีการดูแล ฟื้นฟู จิตใจ


ทำความรู้จัก “โรคซึมเศร้า” และวิธีการดูแล ฟื้นฟู จิตใจ
ทำความรู้จัก “โรคซึมเศร้า” และวิธีการดูแล ฟื้นฟู จิตใจ
Sanook!
สนับสนุนเนื้อหา
คุณมีอาการของโรคซึมเศร้าหรือไม่
รู้สึกเศร้าใจ หม่นหมอง หงุดหงิด หรือรู้สึกกังวลใจ ไม่สบายใจ
ขาดความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือสิ่งที่เคยให้ความสนุกสนานในอดีต
น้ำหนักลดลง หรือเพิ่มขึ้น ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป
นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินกว่าปกติ
รู้สึกผิด สิ้นหวัง หรือรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า
ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ความจำแย่ลง
อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง
กระวนกระวาย ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ
คิดถึงแต่ความตาย และอยากที่จะฆ่าตัวตาย
ถ้าหากคุณมีอาการเช่นนี้หลายข้อ เป็นเวลามากกว่า 2 สัปดาห์ คุณอาจจะกำลังเป็นโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า เป็นโรคหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของคนเรา เหมือนกับโรคทางกายอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นนั้นจะเป็นคนอ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง เกิดได้ทั้งมีสาเหตุ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง ความผิดหวัง และเกิดได้เองโดยไม่มีสาเหตุใดๆ ซึ่งในปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาหายได้ด้วยการใช้ยา การรักษาทางจิตใจ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน
สาเหตุของโรคซึมเศร้า
หากมีประวัติการเจ็บป่วยโรคนี้ในญาติของท่าน ก็เพิ่มการป่วยโรคนี้กับสมาชิกอื่นในบ้าน แต่ก็มิได้หมายความว่า จะเป็นกันทุกคน

ปัจจัยที่กระตุ้นให้คนที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้มีโอกาสเกิดอาการก็คือ ความเครียด แต่ทั้งนี้คนที่ไม่มีญาติเคยป่วยก็อาจเกิดเป็นโรคนี้ได้ มักพบว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีความผิดปกติของระดับสารเคมี ที่เซลล์สมองสร้างขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของอารมณ์

สภาพจิตใจที่เกิดจากการเลี้ยงดูก็เป็นปัจจัยที่เสี่ยงอีกประการหนึ่งต่อการเกิดโรคซึมเศร้าเช่นกัน คนที่ขาดความภูมิใจในตนเองมองตนเองและโลกที่เขาอยู่ในแง่ลบตลอดเวลา หรือเครียดง่ายเมื่อเจอกับมรสุมชีวิต ล้วนทำให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสป่วยง่ายขึ้น

นอกจากนี้ หากชีวิตพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดไม่ราบรื่น หรือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ปรารถนา ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้ากำเริบได้ สาเหตุที่จะกระตุ้นการเกิดโรคซึมเศร้าที่พบบ่อยก็คือ

การมีทั้งความเสี่ยงทางพันธุกรรม ทางสภาพจิตใจ ประจวบกับการเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย ร่วมกันทั้ง 3 ปัจจัย
การรักษา

โรคซึมเศร้า สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการรักษาทางจิตใจ และการรักษาด้วยยาหลายชนิด โดยที่แต่ละคนอาจตอบสนอง ต่อการรักษาแต่ละชนิดไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องการการรักษาหลายอย่างร่วมกัน การรับประทานยาจะทำให้อาการของโรคดีขึ้นเร็ว ในขณะที่การรักษาทางจิตใจจะช่วยให้คุณเหมือนมี “ภูมิคุ้มกัน” สามารถต่อสู้กับปัญหาที่จะย่างกรายเข้ามาได้ดีกว่าเดิม ส่วนใหญ่แล้วการรักษาโรคซึมเศร้าไม่จำเป็นต้องมานอนรักษาในโรงพยาบาลแต่อย่างไร

เมื่ออาการของโรครุนแรง จนอาจมีอันตรายจากการพยายามฆ่าตัวตาย หรือผู้ป่วยไม่สามารถกินยาได้ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อาจให้การรักษาด้วยไฟฟ้า แต่จะใช้ในกรณีที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น
ยารักษาโรคซึมเศร้า

ในปัจจุบันยารักษาโรคซึมเศร้าแบ่งออกได้หลายกลุ่ม ตามลักษณะโครงสร้างทางเคมีและวิธีการออกฤทธิ์ คือ

กลุ่ม tricyclic (คือยาที่มีโครงสร้างทางเคมีสามวง)

กลุ่ม monoamine oxidase inhibitors เรียกย่อๆ ว่า MAOI

กลุ่ม SSRI (serotonin-specific reuptake inhibitor)

ซึ่งแต่ละกลุ่มมีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่ประสิทธิภาพการรักษาเท่าเทียมกัน แพทย์อาจเริ่มจ่ายยากลุ่มใดแก่ผู้ป่วย ก่อนก็ได้เพื่อดูผลตอบสนอง เนื่องจากเราไม่อาจทราบก่อนได้เลยว่า ผู้ป่วยคนใดจะ”ถูก”กับยาชนิดใด แล้วแพทย์จะค่อยๆปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับอาการต่อไป

ยารักษาโรคซึมเศร้าออกฤทธิ์โดยปรับระดับสารเคมีในสมองให้สมดุล เป็นการรักษาโรคโดยตรง มิใช่เป็นเพียงยาที่ทำให้ง่วงหลับ จะได้ไม่ต้องคิดมากเช่นที่คนมักเข้าใจผิดกัน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มักต้องการหยุดกินยาเร็วกว่าที่ควรเป็น ข้อสำคัญและพึงปฏิบัติที่สุดก็คือ การกินยาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าแพทย์จะบอกให้ท่านหยุด ถึงแม้ว่าจะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตามยาบางตัวต้องค่อยๆลดขนาดลง เพื่อให้โอกาสร่างกายปรับตัว

ไม่ต้องกังวลว่า ยารักษาโรคซึมเศร้าเป็นยาที่กินแล้วติดหยุดยาไม่ได้อย่างไรก็ตาม ก็เช่นเดียวกับการรักษาโรคอื่นๆ แพทย์อาจให้ตรวจวัดระดับยาให้ถูกต้องกับอาการเป็นระยะๆ

สิ่งที่คุณหลีกเลี่ยงก็คือ การซื้อยากินเองจากร้านขายยา ยืมยาจากเพื่อน หรือกินยาจากแพทย์ท่านอื่นปนกับโรคซึมเศร้า โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ของท่านก่อน เช่นเดียวกับแพทย์คนอื่นหรือหมอฟันด้วยว่า ท่านกำลังกินยารักษาโรคซึมเศร้าอยู่ อย่าวางใจว่า เป็นแค่ยาพื้นบ้านธรรมดา คงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงอะไรร้ายแรง การดื่มแอลกอฮอล์จากเหล้า เบียร์ หรือไวน์ จะลดประสิทธิภาพของยาลง

ยานอนหลับหรือยาลดความกังวล ไม่ใช่ยาที่สามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้โดยลำพัง อย่างที่กล่าวแล้ว แม้ว่าบางครั้งแพทย์จะสั่งใช้ยาชนิดนี้ควบคู่ไปกับยารักษาโรคซึมเศร้า เพื่อบรรเทาอาการกังวลในระยะต้นของการรักษา และไม่ควรใช้ยากระตุ้นประสาทหรือยาม้าเพื่อหวังผลให้หายเพลียเพียงชั่วครั้งชั่วคราว

ควรถามแพทย์ทุกครั้งที่ท่านมีปัญหาที่เกิดจากยา หรือเกิดปัญหาที่คิดว่าอาจเกิดจากยา
ผลข้างเคียง

ยารักษาโรคซึมเศร้ามีผลข้างเคียงอยู่บ้างกับผู้ใช้บางคนอันอาจก่อความรำคาญ แต่ไม่อันตราย อย่างไรก็ตามเมื่อรู้สึกว่ามีผลข้างเคียงของยาเกิดขึ้น กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบ ผลข้างเคียงต่อไปนี้มักเกิดจากกลุ่มยา tricyclics ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ถูกสั่งใช้บ่อยที่สุด และเราได้แนะนำวิธีบรรเทาผลข้างเคียงไว้ท้ายข้อแล้วดังนี้

1.ปากแห้งคอแห้ง – ดื่มน้ำบ่อยๆ เคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาล รักษาสุขภาพช่องปากให้ดี

2.ท้องผูก – กินอาหารที่มีกาก หรือมีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ ผักผลไม้ เช่น ส้มโอ มะขาม มะละกอ

3.ปัญหาการถ่ายปัสสาวะ – อาจมีการถ่ายปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่งเช่นเคย อาจใช้มือกอหน้าท้องช่วยและปรึกษาแพทย์

4.ปัญหาทางเพศ – อาจมีปัญหาขณะร่วมเพศได้บ้าง ซึ่งปรึกษาแพทย์ได้

5.ตาพร่ามัว – อาการนี้จะหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องตัดแว่นใหม่

6.เวียนศีรษะ – ลุกจากเก้าอี้ หรือเตียงช้าๆ ดื่มน้ำมากขึ้น

7.ง่วงนอน – อาการอาจหายไปเอง อย่าพยายามขับรถ หรือทำงานกับเครื่องจักร หากง่วงมากในช่วงเช้าให้เลื่อนยามื้อก่อนนอนมากินหัวค่ำกว่าเดิม

สำหรับกลุ่ม SSRI อาจมีผลข้างเคียงที่ต่างออกไป ดังต่อไปนี้

1.ปวดศีรษะ – อาจมีอาการสักช่วงหนึ่ง แล้วจะหายไป

2.คลื่นไส้ – มักเป็นเพียงชั่วคราว

3.นอนไม่หลับหรือกระวนกระวาย – พบได้ในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์แรก ของการกินยา หากคงอยู่นานควรปรึกษาแพทย์

เช็คหน่อย ! คุณมี 9 พฤติกรรมที่เสี่ยงเป็น “โรคซึมเศร้า” รึเปล่า ??

ว่ากันว่าโรคซึมเศร้านั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็อาจเกิดขึ้นจากความเครียด สังคมรอบข้าง หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต น้อยมากผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงจะแสดงอาการเหล่านี้ให้คนทั่วไปได้เห็น ฉะนั้น เราลองมาสังเกต 9 พฤติกรรมที่เป็นสัญญาณเตือนของโรคนี้กันดีกว่า เพราะถ้าหากคุณเอง หรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ 5 ข้อติดต่อกันภายใน 2 สัปดาห์ ก็ให้สงสัยไว้ได้เชียวล่ะว่า โรคซึมเศร้า นั้นกำลังมาเยือนแล้ว

มีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว
ขาดความสนใจต่อสิ่งรอบข้าง
เสียสมาธิ ไม่มีสมาธิจดจ่อเวลาที่ทำสิ่งต่างๆ
รู้สึกร่างกาย สมองอ่อนเพลีย
เชื่องช้า ทำอะไรก็เป็นไปอย่างช้าๆ
รับประทานอาหารน้อยลงกว่าปกติ โรคซึมเศร้า หรือรับประทานอาหารมากขึ้นกว่าปกติ
นอนน้อย หรือนอนมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น
ชอบตำหนิตัวเอง ซึ่งอาการเช่นนี้จะพบได้มากในผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า
รู้สึกอยากฆ่าตัวตาย หรือสังเกตได้ว่าตัวเองมีความคิด หรือความรู้สึกแบบนี้ ก็ขอให้ตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่า คนๆ นั้นอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคคซึมเศร้า
การเตรียมตัวรับมือกับโรคซึมเศร้า

โดยปกติเท่าที่มีการพบข้อมูลขณะทำการรักษา พบว่า ผู้ที่มีเกณฑ์จะเป็นโรคซึมเศร้ามักจะเริ่มเป็นตอนช่วงอายุ 25 ปี หลังจากนั้นก็จะเกิดอาการซึมเศร้าต่อเนื่องไปเป็นระยะยาว ถึงแม้ว่าจะมีการเข้ารับการรักษาแล้ว แต่ก็ยังต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด การเป็นโรคซึมเศร้าก็จะมีความคล้ายคลึงการเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคความดัน ที่ถึงแม้จะไม่มีอาการให้เห็นแล้ว แต่ก็ต้องทานยาควบคุมไม่อาการกำเริบได้ แต่ข้อดีของการเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ตรงที่เมื่อเข้ารับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้วิตได้เป็นปกติ บางคนมีสติปัญญาที่ดีขึ้น เป็นคนเก่ง ในบางรายสามารถเรียนได้ถึงในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก บางรายก็เป็นผู้บริหารระดับสูง เป็นคนที่สามารถประสบความสำเร็จในสังคมได้
ฉะนั้น เมื่อพูดถึงการรักษา หากผู้ป่วยรับประทานยาจนครบแล้ว แพทย์ที่ทำการรักษาก็จะให้หยุดยา และยังต้องคอยเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากว่ามันอาจจะกลับเป็นซ้ำอีกได้ อย่าง โรคมะเร็ง ที่เมื่อได้ฆ่าเชื้อมะเร็งให้หมดไปแล้ว แต่ก็ต้องเฝ้าดูว่าจะกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำอีกได้รึเปล่า โรคซึมเศร้าก็เช่นกัน การรับมือกับโรคนี้ก็ให้หมั่นสังเกตจากพฤติกรรมทั้ง 9 อย่างข้างต้น อย่าละเลยจนทำให้คนๆ หนึ่งต้องออกจากงาน เกิดการหย่าร้าง หรือทุบตีลูกโดยที่ไม่มีเหตุผล หากคนที่เป็นพ่อเป็นแม่เกิดเป็นโรคนี้ไปเลี้ยงลูกเข้า ลูกก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา เมื่อเราเจอสัญญาณอันตรายก็ต้องรีบพาไปรักษาตั้งแต่เนื่อนๆ อย่ารอให้ผู้ป่วยมีความคิดที่ไม่ดีต่อตัวเอง อย่าง การฆ่าตัวตาย เราต้องพาเขาเข้าสู่กระบวนการรักษาและบำบัดให้ได้เร็วที่สุด

การรักษาทางจิตใจ

มีวิธีรักษาทางจิตใจอยู่หลายรูปแบบ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งอาจเป็นการ”พูดคุย”กับจิตแพทย์ 10 ถึง 20 ครั้ง อันจะช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจกับสาเหตุของปัญหา และนำไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยการเปลี่ยนมุมมองกับแพทย์ การรักษาทางพฤติกรรมจะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีที่จะได้รับความพอใจ หรือความสุขจากการกระทำของเขา และพบวิธีที่จะหยุดพฤติกรรมที่ อาจนำไปสู่ความซึมเศร้าด้วย

การรักษาอีก 2 รูปแบบต่อไปที่มีการศึกษาแล้วว่า สามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้ดี คือ การรักษาแบบปรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และการรักษาแบบปรับความคิดและพฤติกรรม โดยการรักษารูปแบบแรกมุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาระหว่าง ผู้ป่วยกับคนรอบข้างที่อาจ เป็นสาเหตุและกระตุ้นให้เกิดความซึมเศร้า ส่วนการรักษาแบบหลังจะช่วยให้ผู้ป่วยเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรมในแง่ลบกับตนเอง

ส่วนการรักษาโดยอาศัยทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ก็นำมารักษาโรคนี้ โดยช่วยผู้ป่วยค้นหาปัญหาข้อขัดแย้งภายในจิตใจผู้ป่วย ซึ่งอาจมีรากฐานมาจากประสบการณ์ตั้งแต่เด็ก

โดยทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง มีอาการกำเริบซ้ำๆ จะต้องการการรักษาด้วยยาร่วมกับการรักษาทางจิตใจควบคู่กัน เพื่อผลการรักษาในระยะยาวที่ดีที่สุด
จะช่วยรักษาตนเองได้อย่างไร
การป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามักจะทำให้คุณรู้สึกเพลีย รู้สึกไร้ค่า เหมือนช่วยตัวเองไม่ได้ ไม่มีความหวัง ความคิดในแง่ลบกับตนเองในแบบนี้ มักจะทำให้ผู้ป่วยบางคนท้อถอยและยอมแพ้ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทราบว่าความคิดหรือความรู้สึก เหล่านี้เป็นเพียงแค่อาการของโรค มิได้สะท้อนเรื่องจริงในชีวิตของคุณอย่างถูกต้องแต่อย่างใด ความคิดเหล่านี้จะค่อยๆหมดไปเมื่อเริ่มต้นการรักษาไปสักระยะหนึ่ง
ในระหว่างนี้คุณควรจะ

อย่านำตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน
อย่าตั้งเป้าหมายที่บรรลุได้ยาก หรือเข้าไปแบกความรับผิดชอบมากๆ
พยายามย่อยงานใหญ่ให้เป็นงานเล็ก เลือกทำที่สำคัญกว่าก่อน แล้วทำให้เต็มที่เท่าที่จะเป็นไปได้
อย่าคาดหวังกับตนเองมากเกินไป เพราะนั่นคือ คุณกำลังสร้างความล้มเหลว
ร่วมกิจกรรมที่คุณอาจเพลินใจ เช่น การออกกำลังกาย ดูหนัง ดูกีฬา เข้ากิจกรรมทางศาสนาหรือสังคม แต่อย่าหักโหมหรือหงุดหงิด ถ้ามันไม่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างทันใจ เพราะอาจใช้เวลาบ้าง
อย่าด่วนตัดสินใจกับเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต เช่น ลาออก เปลี่ยนงาน แต่งงาน หรือหย่า โดยไม่ปรึกษาคนอื่นที่รู้จักคุณดีและ มีมุมมองที่เป็นกลางต่อปัญหาพอ ไม่ว่าด้วยเหตุใด พยายามเลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อนจนกว่าอาการป่วยของคุณจะดีขึ้น
อย่าหวังว่าจะหายจากอาการซึมเศร้าแบบ “ลัดนิ้วมือเดียว” เพราะเป็นไปได้ยาก จงพยายามช่วยตนเองให้มากที่สุด โดยไม่โทษตนเองว่า ที่ไม่หายเพราะตนเองไม่พยายามหรือไม่ดีพอ
พึงระลึกว่า จะไม่ยอมรับความคิดในแง่ร้าย บอกตนเองว่ามันเป็นสวนหนึ่งของอาการของโรค และจะหายไปเมื่ออาการของโรคดีขึ้น

ภาพประวัติศาสตร์ ช้างมงคล 11 เชือก ถวายอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9


ช้างมงคล 11 เชือก ทำพิธีถวายอาลัยพ่อหลวง ดำรงฐานะภาพประวัติศาสตร์ที่งดงามกับซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

มูลนิธิพระคชบาล ร่วมและ http://news.sanook.com/2098294/ กลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงช้างทั่วประเทศได้นำช้าง 11 เชือก ดำเนินวังช้างอยุธยา แล เพนียด จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางผ่านมาหน้ากระทรวงกลาโหม มาตามถนนหน้าพระลาน กับหยุดบริเวณหน้าประตูมณีนพรัตน์ หันหน้าไปด้านพระบรมมหาราชวัง ก่อนจะทำพิธีถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นได้เปล่งเสียงร้องชูงวง

เจ้าหน้าที่หาได้มีการตกแต่งช้างที่ ชื่อ พลายวัง อายุ 43 ปี ช้างเผือกที่มีลักษณะดี พร้อมทั้งอัธยาศัยดี ตกแต่งด้วยพวงมาลัยดอกไม้สีขาว และมีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เก็บบนหลังช้าง

ทั่วนี้ ประชาชนที่หาได้ชมขบวนช้างต่างพากันตื่นเต้นและกล่าวว่า รู้สึกหมายความว่าบุญอย่างยิ่งที่ได้ชม เพราะว่าตั้งแต่เกิดมายังเปล่าเคยได้ชม

ขณะที่บางส่วนได้ปลาบปลื้มและมีอยู่น้ำตาคลอขณะที่ชมงานแสดงความอาลัยเครื่องใช้ช้างด้วย http://news.sanook.com/2098294/

แพท ณปภา แถลงเปิดใจคราแรก เรื่องแต่งงาน-ตั้งท้อง


หลังมีข่าวลือออกมาว่านักแสดงสาวอารมณ์ดี แพท ณปภา กำลังตั้งท้อง พร้อมกับข่าวเม้าท์อีกว่าการขอแต่งงานของแฟนหนุ่ม เบนซ์ เรซซิ่ง นั้นเป็นการจัดฉากขึ้นมา ล่าสุด วันนี้ (19 ก.ย.) แพท และ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้จับมือกันมาแถลงข่าว ณ อาคารมาลีนนท์ โดยทั้งคู่ได้เปิดใจแบบหมดเปลือกจริงๆ และบอกว่าตอนนี้กำลังมีข่าวดีเกิดขึ้น แพท ท้องได้ 4 เดือนแล้ว ท่ามกลางเสียงเฮของสื่อทุกสำนักที่มาร่วมทำข่าวและแสดงความยินดี

แพท : “จริงๆ แล้วที่แพทกับเบนซ์ไม่ได้ออกมาพูดตั้งแต่มันมีหลายปัจจัยซึ่งพอเราเห็นข่าว จริงๆ เราคิดว่าเรารอกันก่อนก็ได้ เพราะแพทกับเบนซ์เราเป็นคนตรงๆ ด้วยกันทั้งคู่ ที่เราออกมาพูดช้าเพราะเราอยากให้ชัวร์มากกว่า อยากให้มันชัวร์จริงๆ แล้วค่อยพูดไม่ใช่พูดออกไปแล้วต้องมานั่งแก้ไขทีหลัง เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่เราวางแผนกันไม่ตั้งแต่แรก พี่เบนซ์ขอแพทแต่งงานมาตั้งแต่แรกแล้วแต่แพทไม่ยอมเสียทีเพราะตอนนั้นเรายังไม่ชัวร์ เลยปฎิเสธเขาไป คอนเซ็ปต์ของแพทที่แพทบอกกับเขาไปตั้งแต่แรกว่าถ้าไม่ท้องแพทไม่แต่ง”

แสดงว่าตอนนี้ท้องแล้ว?
แพท : “ใช่ค่ะ ถ้าไม่ท้องแพทก็ไม่แต่ง ตอนแรกที่เขาขอเราแต่งงานเขาเข้าใจว่าเราท้องแน่นอน แต่เผอิญว่าตัวเรายังไม่แน่ใจ ด้วยร่างกายของเรามั่นค่อนข้างมีปัญหามาตั้งแต่เราเด็กๆ ช่วงเริ่มต้นเลยบอกเขาว่าอย่าเพิ่งเลย เราอยากทำงาน ขอเช็คให้ชัวร์ก่อน ถ้ามันใช่มันลงตัวแล้วค่อยคิดเรื่องแต่งงานดีกว่า ซึ่งมันเป็นคอนเซ็ปต์ที่แพทให้สัมภาษณ์ไว้อยู่แล้ว ตัวแพทเองแต่ไหนแต่ไรไม่ได้คาดหวังเรื่องการแต่งงานอยู่แล้ว แพทแค่อยากมีลูก อยากมีครอบครัว มันเป็นสิ่งที่แพทพูดมาตลอด มันไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ น่าตื่นเต้นอะไรเลยค่ะ จากตอนแรกที่เราวางแผนกันว่าจะมีลูกปีหน้า เราเลยเข้าไปปรึกษาคุณหมอกันก่อนว่าเราอยากจะมีลูกปีหน้าต้องเตรียมตัวยังไง ด้วยแพทเองมีปัญหาอย่างที่บอก อายุเราสองคนก็กำลังพอดี จะ31ปีหน้า คุณหมอก็บอกว่าก็ดี ถ้าปล่อยเวลาให้เลยไปกว่านี้จะมีลูกยากขึ้น เราเองมีซีสต์ตั้งแต่เด็กๆกินยาคุมกำเนิดมาตลอด10ปี คุณหมอก็เลยแนะนำว่าถ้าอยากจะมีลูกปีหน้าให้เราเลือกที่จะหยุดกินยาคุมตั้งแต่ปีนี้ เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมต่างๆ พอเราหยุดปุ๊บติดปั๊บเลยค่ะ(หัวเราะ) มาเร็วเชียว แพทกับเบนซ์พูดตรงๆ เราไม่แน่ใจว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรอ คนที่กินยาคุมมาตลอด10ปีลูกจะติดง่ายขนาดนั้นเลยหรอ ซึ่งคุณหมอเองก็ยังไม่ให้ความชัวร์กับเราด้วย เราเริ่มมารู้ตัวกันจริงๆ ตอนสัก2เดือน เราไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจมันก็ไม่ขึ้นว่าท้อง พอไปอัลตร้าซาวน์ก็ยังไม่เห็นเป็นตัวน้อง เห็นแต่ก้อนซีสต์ที่ชัด คุณหมอก็เลยนัดอีกทีตอนเกือบ3เดือนให้ไปตรวจใหม่ว่าใช่รึเปล่า อย่างที่บอกระยะเวลามันทำให้เราไม่แน่ใจว่าเขามีน้องจริงไหม แต่ช่วงตอนแรกๆ ที่พี่เบนซ์รู้เขาก็ขอเราแต่งงานเลย เพราะเขาคิดว่าเราท้องแน่นอน ตัวเราเองแหละที่คิดว่าคงไม่น่าจะติดเพราะร่างกายเราไม่โอเคเลยอยากให้ชัวร์ก่อน อย่างที่บอกการแต่งงานไม่ใช่ปัจจัยหลักสำหรับแพท เพราะเราผ่านอะไรกันมาเยอะมาก เห็นทั้งชีวิตครอบครัวเรา ครอบครัวเขา คนรอบข้างเรา การแต่งงานมันไม่ใช่ที่สุดของชีวิต แต่การอยู่ร่วมกัน มีครอบครัวที่ดีต่างหากที่มันเป็นสิ่งที่เราทั้งคู่คาดหวัง ทีนี้พอเราได้ไปตรวจมาครั้งล่าสุดเมือ3อาทิตย์ที่ผ่านมาเลยแน่ใจว่าน้องเขามาแล้วแหละ มาแบบแข็งแรงด้วย ตอนแรกคุณหมอกลัวเรื่องการฝังตัวของน้อง มันทำให้น้องมีโอกาสหลุดง่ายบวกกับแพทเองก็ทำงานหนักมากๆ คุณหมอเลยกลัวว่าน้องจะไม่สมบูรณ์ ทำให้เราเลยไม่กล้าบอกใครกลัวบอกไปแล้วจะมาเสียใจทีหลังถ้าน้องเขาไม่ได้อยู่กับเรา มันยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่ แต่พอคุณหมอคอนเฟิร์มว่าโอเคนะน้องสมบูรณ์แข็งแรง แล้วได้อย่างที่เราสองคนคาดหวังไว้”

อยากได้ลูกผู้ชายหรือผู้หญิง?
เบนซ์ : “ผมเป็นนักแข่งอยู่แล้วก็ต้องอยากได้ผู้ชาย”

เลยกลายเป็นที่มาของการขอแต่งงานที่สนามแข่งรถ?
เบนซ์ : “ผมคิดว่าในชีวิตคนๆนึงมันควรจะมีโมเม้นต์ประมาณนี้ ตัวผมเดินทางไปแข่งรถตลอด แพทเองเขาก็ทำงานเยอะเลยไม่ค่อยได้มีโอกาสมาเชียร์ แต่วันนั้นเขาว่างพอดีผมเลยคิดว่าถ้าสนามนี้ผมไม่ทำอะไรแบบนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้อีกแล้ว ไม่ได้มีการจัดฉากอะไรขึ้นแน่นอน ถ้าจัดฉากจริงๆ ผมจะพูดและทำได้ดีกว่านี้ ผมวางแผนล่วงหน้าแค่คืนเดียว ผมเป็นคนจองไฟท์บินไปเอง ผมเตี๊ยมกับทางทีมงานว่าถ้าเขามาผมจะขึ้นโพเดี้ยมสนาม จริงๆตั้งใจว่าจะได้ที่1แต่มันผิดแผนไปนิดนึง(หัวเราะ) ผมมัวแต่กังวลว่าจะพูดกับเขายังไง ก็เลยอดได้รางวัลเลย ผมเลยเตรียมแผน2ว่าในเมื่อไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร ขอทำฟอร์มขึ้นไปถ่ายรูป เราเองเป็นนักแข่ง ได้ฟิวส์ตรงนั้นคงจะเหมาะกว่า เราเป็นคนง่ายๆกัน ไม่ต้องไปปิดโรงแรมแพงๆ แล้วมันก็เป็นสไตล์ของเราด้วย”

วันนั้นกลัวแพทจะปฎิเสธอีกหรือเปล่าเพราะปฎิเสธไปรอบนึงแล้ว?
เบนซ์ : “เขาฟอร์มเยอะ ทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน”
แพท : “วันนั้นตลกมาก ถ้าใครได้รู้จักเบนซ์จริงๆ จะรู้ว่าเขาเป็นคนไม่หวาน ถ้าบอกให้เขาทำอะไรเขาจะรู้สึกไม่อยากทำ เราตัดเรื่องแต่งงานไปแล้ว เราคิดว่าเราคุยเรื่องนี่กันไปเรียบร้อยแล้ว เขาคงจะมีความรู้สึกไม่อยากแต่งงานกับเราแล้วแหละ มันน่ารำคาญขอไปแล้วก็ไม่แต่ง เราจังความรู้สึกเขาได้ว่าเขาจะไม่ขอเราแต่งงานแล้ว เราคงได้อยู่กันไปแบบนี้ วันนั้นที่เขาจะทำเซอร์ไพร์สตอนแรกแพทติดงาน แล้วยกเลิกแพลนที่จะไปกับเขาไปแล้ว ตัวเขาเองก็ติดปัญหาเหมือนกัน เราเลยโมโหบอกโอเคงั้นไม่ต้องไป อยู่ดีๆ เขาก็โทรกลับมาว่าจองตั๋วให้เราแล้วเราเลยต้องบินไป วันนั้นในสนามแพทเองก็ยังงงว่าไม่ได้รางวัล ทำไมต้องขึ้นไปโพเดี้ยมพูดอะไรก็ไม่รู้ ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเขาติดไวเรตไว้ที่ตัวเรายังพูดใส่เขาไปเลยว่าตอแหลม แล้วก็มีคนไปเขียนเม้าท์แพทว่าแพทเป็นคนสั่งให้ผู้ชายลงไปเอาดอกไม้มาให้ตัวเอง ในมือแพทเองใส่แหวนอยู่แล้วเตี๊ยมกันแน่ๆ อยากจะบอกว่าถ้าเตี๊ยมแพทคงถอดแหวนตัวเองออกก่อนแล้วให้เขาเอาไปใส่กล่องมันถึงจะสมบูรณ์แบบที่สุด ประเด็นคือวันนั้นเขาหลอกแพทว่าทางสนามอยากจะให้แพทไปพูดให้เป็นเกียรติกับทางสนามหน่อย เราก็งงว่าสามีเราก็ไม่ได้ถ้วยนะ พอขึ้นไปบนเวทีเขาก็ฟอร์มว่าเขาลืมหมวกแต่จริงๆ เขาลงไปเอาช่อดอกไม้ ขึ้นมาก็ยังฟอร์มต่อพูดว่าอยากจะขอบคุณแพทที่มาเชียร์เขา แพทก็ด่าในใจว่าตอแหลมจริงๆ ซึ่งมันเป็นโมเม้นต์ในชีวิตผู้หญิงคนนึงที่เราเคยคุยกับเขาไปแล้ว เราไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น เพราะเราไม่คิดว่าเขาจะทำอีกหลังจากที่เราปฎิเสธไป โมเม้น์ที่แพทหัวเราะมันเป็นเพราะว่าแพทเขิน พอลงจากเวทีแพทถามเขาทำไมถึงทำ คิดอะไรอยู่ พอโดนขอแต่งงานเลยโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนว่ากูโดนขอแต่งงานว่ะ”
เบนซ์ : “อย่างที่บอกไปโอกาสมันพอเหมาะพอเจาะ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน และแพทมันเป็นสิ่งที่เรารักทั้งสองอย่าง เราอยากจะให้คนในสนามร่วมเป็นสักขีพยานเลยตัดสินใจขอแต่งงานในสนาม”
แพท : “ก่อนหน้านี้มันมีกระแสว่าทำไมแพทถึงต้องโกหกว่ายังไม่ได้ท้อง คือแพทยังไม่เคยออกมาบอกเลยนะว่าแพทไม่ได้ท้อง พอแพทมั่นใจว่าแพทท้องสิ่งแรกที่แพททำคือแพทบอกทุกคนเลยทั้งทีมงานเบื้องหน้าเบื้องหลังว่าให้ทุกคนเตรียมรับขวัญหลานนะ แต่อาจจะเร็วไปหน่อยนึง เพราะแพลนจริงๆเราตั้งใจจะท้องปีหน้าพอดีน้องเขาอยากจะมาก่อน ร่างกายเราคงแข็งแรงมาก คุณหมอก็บอกว่าโชคดีที่ร่างกายแพทแข็งแรง ตอนนี้เพิ่งจะเจาะเลือดตรวจร่างกายจริงจังเมือ2อาทิตย์ที่แล้วว่าตัวแพทมีโรคอะไรไหม และเพือจะตรวจดูว่าน้องเป็นเพศอะไร ก็สมหวังกันทั้งคู่เราได้ลูกชาย”

กี่เดือนแล้ว?
แพท : “4เดือนแล้วค่ะ รอรับขวัญหลานกันเลย ตื่นเต้น”

ความรู้สึกของการได้เป็นพ่อแม่เป็นอย่างไรบ้าง?
แพท : “พูดตรงๆว่าตอนนี้ยังเฉยๆ”
เบนซ์ : “จริงๆ ผมคิดว่าแพทท้องช้าไปนิดนึง ปีนี้พ่อของเราสองคนเสียชีวิตทั้งคู่เลยอาจจะไม่ได้เห็นหลาน”
แพท : “เราไม่คิดว่าพ่อของเราสองคนจะไปในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งคู่”

ตอนที่แพทเขาไปบอกแม่ว่าเราท้องเขาว่าไงบ้าง?
แพท : “ตอนที่พ่อป่วยเบนซ์ได้มีโอกาสเข้าไปเจอคุณพ่อ เข้าไปบอกคุณพ่อเรื่องแพทไว้เรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นอาทิตย์เดียวคุณพ่อเขาก็ไป ก่อนหน้านั้นเรายังเข้าไปบอกพ่ออยู่เลยว่าให้หายไวๆ ไม่แน่อาจจะได้เลี้ยงหลาน เราคิดว่าพูดแบบนี้เขาจะได้ดีขึ้น แต่ร่างกายพ่อก็ไม่ไหวแล้ว พ่อเบนซ์ก็เสียไปตอนต้นปีเหมือนกัน ตอนนี้เราเหมือนกันมากคือเราทั้งคู่เหลือแค่คุณแม่ทั้งสองบ้านก็ดีใจมาก ด้วยบ้านแพทเขาไม่ได้คาดหวังว่าแพทจะไม่มีลูก มีลูกยากที่สุด พอเขารู้ว่าเรามีน้องและน้องแข็งแรงทุกคนตอนนี้เลยแย่งกันเลี้ยงหลานทั้งบ้านแพทและบ้านเบนซ์”

วางแพลนจะมีการจัดงานแต่งงานไหม?
แพท : “อันนี้พูดตรงๆ เลยนะคะไม่คิดว่าเขาจะขอ เลยไม่ได้วางแพลนอะไรเลย คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาแพลนกับที่บ้าน”
เบนซ์ : “ก็กำลังคุยๆ อยู่ครับ เพื่อนๆ ก็ถามตลอดว่าจะจัดงานที่ไหน เดี๋ยวผมขอคุยกับที่บ้านก่อน ถ้าทราบข่าวยังไงจะแจ้งอีกทีครับ จริงๆ ในชีวิตผมครั้งหนึ่งก็อยากจะมีงานแต่งงาน อยากจะรวมทุกคนที่รักไว้ด้วยกัน”

ตั้งใจอยากจัดงานแต่งก่อนคลอดหรือหลังคลอด?
เบนซ์ : “ใจจริงอยากจัดภายในปีนี้เพราะจะได้ทำอะไรได้สะดวก”

จากนี้วางแพลนจะให้แพทลดงานในวงการบันเทิงไปเลยไหม?
เบนซ์ : “ช่วงๆ แรกอาจจะต้องดูแลก่อน คงให้อยู่บ้านช่วยกันเลี้ยงดูไปก่อน ถ้าหลังจากนั้นมีงานค่อยว่ากันอีกที”

ละครปิดกล้องไปหมดแล้วหรือยัง?
แพท : “ยังค่ะ เรื่องละครปิดกล้องที่แพทเร่ง ไม่ใช่ว่าแพทรู้ตัวว่าท้องแต่ที่เร่งเพราะถ่ายค่อนข้างนาน และตอนแรกแพทรับหนังไว้เรื่องนึง เลยเร่งเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องท้องอย่างที่ทุกคนเข้าใจ จริงๆ เปิดกล้องมาสักพักแล้วแต่ที่เลทเพราะเปลี่ยนผู้กำกับเลยรื้อถ่ายมา ทำให้เลทออกไป 2 เดือนกว่า จนสุดท้ายแพทไม่ได้รับหนัง เทคิวให้ละครแทน”

มีอาการแพ้ท้องบ้างไหม?
แพท : “ไม่มีเลยค่ะ นั้นคือเหตุผลที่ทำให้แพทรู้ตัวช้าด้วย คือแพทกินปกติ ไม่มีอาการแพ้เลย ยังเต้น ยังแว้นซ์ปกติ มีแค่ช่วงนี้อาจจะเป็นหนองโพหน่อยนึง ซึ่งสามีแฮปปี้มากค่ะ แต่เราไม่ค่อยอวบ น้ำหนักขึ้นมา 3 กิโลเอง แต่คุณหมอบอกว่าเดือนหน้าจะน้ำหนักขึ้นกว่านี้ คุณหมอบอกว่าโชคดีที่เราดูแลซีสต์มาดีตลอด 10กว่าปี มันเลยเล็กลงตามยาที่ทานตลอด ประจวบกับว่าซีสต์ที่เราเป็นการมีน้องทำให้ดีขึ้นเพราะเราผ่าเอาออกทีเดียวเลยค่ะ”

จะจดทะเบียนเลยไหม?
แพท : “จะแต่งก่อนค่ะ เอาตรงๆ คือไม่รู้เลย(หัวเราะ) เราไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลัง รู้แค่ตอนนี้อยากให้เขาออกมาเร็วๆ อยากรู้ว่าจะหัวทองเหมือนพ่อไหม และมีส่วนไหนเหมือนเราไหม”

จากนี้จะหยุดแว้นซ์เลยหรือเปล่า?
แพท : “เพิ่งจะทะเลาะกันไปค่ะ เราคิดว่าเราแข็งแรงมาก เราเลยขอเขาจะซื้อมอเตอร์ไซค์เพื่อที่จะขี่เอง คุณหมอบอกว่าเราและลูกแข็งแรงมาก เราต้องให้ลูกเราซึมซับ ไม่รู้ว่าเราใช้สมองส่วนไหนคิด สรุปเราก็ไม่ซื้อ เขาบอกถ้าจะไปไหนให้ซ้อนคันที่นั่งได้สบาย ขอเบาๆ ไปก่อนไม่ต้องผาดโผนมาก”

กลัวคนจะมองไม่ดีว่าเป็นการท้องก่อนแต่งไหม?
แพท : “ไม่เลยค่ะ แพทว่ามันแล้วแต่ ตัวแพทเองบอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่าจุดมุ่งหมายของแพทคือการมีครอบครัว เราไม่ได้มาพูดตอนที่เรากำลังท้อง แต่แพทพูดตั้งแต่ปีที่แล้ว ก่อนจะเจอผู้ชายคนนี้ว่าจุดประสงค์คือมีครอบครัว ถ้าแต่งงานแล้วผู้ชายไหวก็แต่งค่ะ แต่ถ้าไม่ไหวก็ไม่แต่ง ที่เราพูดแบบนี้เรายังบอกเบนซ์เลยว่าเราอยากเก็บเงินไว้ใช้มากกว่า ถ้าแต่งแล้วสิ้นเปลืองก็ไม่แต่งเอาเงินมาเลี้ยงลูก เล่้ยงครอบครัวดีกว่า แต่แพทไม่แนะนำว่าทุกคนต้องคิดแบบแพท ไม่แนะนำว่าต้องท้องก่อนแต่ง เอาที่คุณสะดวก ถ้าสะดวกแต่งก่อนก็แต่งค่อยมีลูก แต่แพทสะดวกมีลูกก่อน”
เบนซ์ : “เอาจริงๆ อายุเราก็ไม่น้อย ถ้าอายุยิ่งเยอะขึ้นก็ยิ่งมีความเสี่ยง”

คาดหวังการใช้ชีวิตคู่มากน้อยแค่ไหน?
แพท : “เอาตรงๆ ยังไม่ได้คิด คือเราไม่ได้อยากให้ทุกคนเลียนแบบแพททุกคน คนเราถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน บังเอิญบ้านแพทเป็นแบบนี้ ไม่มีใครจัดงานแต่งงานเลย แม่แพทเองก็เหมือนกัน เขาก็อยู่ประคับประคองก่อน วันหนึ่งถ้าไปไม่ได้ก็แค่แยกทางกัน ที่บ้านแพทสอนแค่ว่าเอาให้ถูกกาละเทศะ ให้มาขอเท่านี้ก็เรียบร้อย หลังจากนั้นครอบครัวแพทไม่ห่วงว่าจะต้องจัดงานใหญ่โต เขาแต่อยากให้เราอยู่กันให้ได้ เขาสอนให้เห็นว่าหลายคู่ที่แต่งอยู่ด้วยกันไม่ได้ เราแค่ใช้ชีวิตเป็นครอบครัวให้รอด”

ตอนเข้าไปขอคุณแม่แพทว่ายังไงบ้าง?
แพท : “ตอนนี้คุณแม่เขายิ้มกับหัวเราะอย่างเดียว พูดอะไรเขายิ้มอย่างเดียว ผู้ชายไปขอแม่ก็หัวเราะใส่อย่างเดียว เราก็บอกโอเคเบนซ์แล้วแหละ”
เบนซ์ : “ครอบครัวผมก็ดีใจครับ เพราะที่บ้านยังไม่มีหลานชายเลย มีแต่หลานสาว”

มีข่าวว่าแพทถูกถอดพรีเซ็นเตอร์ออกหลังมีข่าวตั้งท้อง จริงไหม?
แพท : “ไม่มีถอดเลยค่ะสักตัว ขอบคุณมากนะค่ะที่เอ็นดูแพทและหลาน จะบอกว่าทุกตัวน่ารักมากเลย จริงๆ แพทแอบเป็นกังวลมากเพราะที่อยากมีปีหน้าเพราะเราบอกเบนซ์ไว้ว่าเราติดสัญญาหลายตัว กลัวว่าจะมีปัญหา แต่พอบอกเขาไปทุกคนกลับบอกว่าให้รีบมีลูกเลยนะ คือเรายังไม่ทันบอกเขาเลยว่ามีน้องแต่เขาเห็นข่าวที่เราจะแต่งงาน ทุกคนก็บอกว่าถ้าเรามีลำบากหรืออยากจะไปโรงพยาบาลไหนให้บอก ซึ่งทุกคนน่ารักมาก”

หลังเบนซ์ทราบข่าวว่าเราจะมีลูก เบนซ์รู้สึกยังไง?
แพท : “เบนซ์เป็นคนตลกจริงๆ นะคะ ภาพแรกที่เขาส่งมาคือเด็กใส่หมวกกันน็อค เราก็ถามว่าแล้วแพทจะเบ่งออกมายังไง คือแพทไม่ได้แพลนอะไรแค่รู้ว่าเป็นเด็กผู้ชายก็โอเคแล้ว เพราะเราชอบเด็กผู้ชายทั้งคู่ แพทอยากให้เขาเป็นเหมือนพ่อเขาเพราะเราชอบสายนี้ แต่ตัวพ่อเขาอยากให้ลูกเป็นอะไรก็ได้ แต่ไม่อยากให้เหมือนพ่อ เพราะเป็นห่วงกลัวลูกจะผาดโผนกว่า”

ตอนนี้เราอาศัยกันอยู่ที่ไหน บ้านใคร?
แพท : “ไปๆ มาๆ ค่ะ เหมือนเดิมทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พอถึงเวลาเราก็กลับมาดูแลคุณแม่ ถ้ามีเวลาว่างเราก็มาเจอกัน”

กลัวจะมีปัญหาเกิดขึ้นทีหลังเพราะต่างคนต่างอยู่?
แพท : “อันนี้ก็ตอบไม่ได้ค่ะว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร คือแพทกับเบนซ์เราแต่วันนี้กับพรุ่งนี้ ถ้ามองไกลไปก็ไม่รู้จะไปถึงหรือเปล่า ขอแค่วันนี้เรารักกันดีแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เราตื่นมาเจอกันก็ทำให้ดีกว่าเดิม แะทำแบบนี้ไปทุกวัน ส่วนอนาคตจะเป็นยังไงก็บอกไม่ได้ อย่างที่แพทเคยพูดมาตลอดคนคลกันมา 12 ปียังเลิกกัน มีลูกกัน 1-2 คนก็เลิกกัน บางคนจัดงานแต่งใหญ่มาก ผ่านไปไม่นานก็เลิกกันก็มี ซึ่งตรงนั้นเราไม่ได้คาดหวัง เราทำวันนี้ให้ดีก็พอ ถ้าเรามีอะไรไม่เข้าใจก็เคลียร์กัน พรุ่งนี้ค่อยเคลียร์ใหม่”

อะไรที่ทำให้แพทตัดสินใจเลือกผู้ชายคนนี้เป็นสามีและพ่อของลูก?
แพท : “เขาน่ารักค่ะ อย่างแรกเลยเราชอบเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เราคุยกันรู้เรื่อง สองคือเขาเป็นคนอารมณ์ดีมาก ดีกว่าแพทอีกเข้าข่ายบ้าเลย มันทำให้ทุกๆ วันที่แพทกลับมา แพทมีความสุข เขามองทุกเรื่องเป็นเรื่องเล็กหมดเลย จนทำให้เรามองว่าทำไมเราต้องมองทุกเรื่องบนโลกนี้เป็นเรื่องใหญ่ไปหมด ซึ่งแพทต้องการคนแบบนี้ค่ะ เพราะตอนนี้แพทเหมือนเป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องดูแลคนในครอบครัวทุกคน ทุกคนหวังพึ่งเรา แล้วตัวแพทล่ะก็หวังพึ่งใครสักคนเหมือนกัน และบังเอิญผู้ชายคนนี้ก็มาให้เราพึ่งได้พอดี เลยอยากจะฝากชีวิตไว้กับเขา”

กลัวไหมว่าคนจักมองว่าเราคบด้วยกันแพทเพราะแพทเป็นดารา?
เบนซ์ : “ไม่เกี่ยวกับที่เขาเป็นศิลปินดารา ผมชอบเขาเพราะเขาเป็นคนเรียบง่าย สบายๆ และชอบอะไรเหมือนกัน เลยทำให้เราเข้ากันได้ดีครับ ไม่ต้องพูดอะไรมากเราก็เข้าใจ”

ระยะเวลาที่คบหากันเท่าไหร่?
แพท : “จริงๆ เป็นเพื่อนกันมา 7 ปี สมัยยังแว้นซ์กันแบบจริงๆ หลังจากนั้นก็ห่างหายกันไปใช้ชีวิต พอกลับมาเจอกันอีกทีรู้สึกใช่ ก็เลยเริ่มคุยกันแบบจริงจัง จนทำให้เราได้มีบังและกันในวันนี้ คือเราดูใจกันแค่ 7-8 เดือนเอง แต่อาจโชคดีที่เรารู้จักกันมาก่อน เลยทำให้เรารู้ว่าเขาโอเคยังไงบ้าง”

ได้คิดชื่อลูกไว้บ้างยัง?
แพท : “ไม่มีค่ะ นี้เป็นคำถามที่แพทถามเบนซ์เพราะว่าตลอด เขาบอกว่ามันยังมีชีวิตอยู่เรื่องยาก ต้องให้เวลาเขาคิดนิดนึง คือแพทให้เขาเป็นคนตั้งค่ะ”
เบนซ์ “เขาเกิดมาเป็นคนพิเศษ เลยต้องให้ชื่อพิเศษนิดนึง หิวให้ชื่อไม่เหมือนใคร ขอเวลาคิดนิดนึง”

จะมีคนที่สองต่อเลยไหม?
แพท : “ยังค่ะๆ ขอดูคนแรกก่อน”

อยากพูดอะไรกับแฟนคลับที่ร่วมยินดี?
แพท : “จริงๆ ต้องบอกเลยว่า แฟนคลับแพทค่อนข้างโอเค ทุกคนมาให้กำลังใจและเชียร์แบบเข้าใจโลกค่ะ มีเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เข้าใจ หรืออาจจะอยู่ในโลกทุ่งลาเวนเดอร์ คือมันเป็นคำที่แพทกับเบนซ์พูดกันบ่อยๆ ว่า ไม่เป็นเรา เราไม่ได้เกิดในทุ่งลาเวนเดอร์ ไม่ได้อยู่ในโลกสวยๆ แบบเขา เกิดมาโรยด้วยกลีบกุหลาบ เลยอาจจะมีโพสต์อะไรแปลกๆ บางโพสต์บอกว่าพี่เบนซ์แต่งงานแล้ว คือเบนซ์เก่งมากเลยนะ 7-8 ปรที่รู้จักกันมา เขสไม่มีข่าวหลุดออกมา คือพยายามขุดคุ้ยแต่แพทบอกเลยว่าไม่มีแน่นอน”

แบบบ้าน ชั้นเดียวเกษตรจามจุรี สมผสานอย่างลงตัว

แบบบ้าน ชั้นเดียวเกษตรจามจุรี สมผสานอย่างลงตัว

เราก็มาพบกันอีกครั้งครับ  ซึ่งก็เป็นประจำกันเลยกับไอเดียบ้าน ที่พร้อมจักรีวิว ทาวน์โฮม บ้านใหม่ บ้านเดี่ยว กับพร้อมแบบบ้านในทุกๆแบบฟอร์ม เชิญไปชมกันได้เลยครับ

แบบบ้านโดย  thaidrawing

แบบบ้านที่ผสมผสานทรงหลังคาพื้น ๆ ที่ด้วยกันห้องโถง หลังคาเมทัลชีท หรือว่าเหล็กรีดลอน ผนังก่ออิฐมอญฉาบปูนเรียบทาสี มีฐานรากหรือว่าเสาเข็มได้ตรงตามความต้องการ พื้นกรุกระเบื้องแกรนิตโต้ สุขภัณฑ์มาตรฐาน มอก. มูลค่าไม่เกิน 5,000บาท

แปลนพื้นบ้านเกษตรจามจุรี

บ้านเกษตรจามจุรีปั้นหยาด้วยกันจั่ว โดยบ้างหลังนี้ มีสนนราคาบ้านอยู๋ที่ 1  ล้านบาท 

แบบบ้านเกษตรในฝัน ชั้นเดียว ตอบโจทย์ทุกท่าน

แบบบ้านเกษตรในฝัน ชั้นเดียว ตอบโจทย์ทุกท่าน 

กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วครับ  ซึ่งก็เป็นประจำกันเลยทีเดียวกับไอเดียบ้าน ที่พร้อมจักรีวิว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านใหม่ บ้านเดี่ยว และพร้อมแบบบ้านในทุกๆแบบฟอร์ม เชิญไปชมกันได้เลยครับ

เหมาะมากกับพื้นที่หน้าแคบแต่ลึก แบบบ้านเกษตรในฝันให้คำตอบกับลูกค้าพร้อมพื้นที่ใช้งานครบตามต้องการ มีห้องเก็บของในห้องครัวเพื่อความสะดวสบายในการใช้งาน ด้วยเก็บวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นาน ๆ ได้ใช้สักครั้งเพื่อจักสร้างความสามัคคีของครอบครัว แบบบ้านชั้นเดียวสวย พร้อมดูแลได้ด้วยตัวเองปลูกสร้างง่ายทำให้ประหยัดค่าก่อสร้าง หลังคารูปทรงหน้าจั่วเรียบง่ายแต่ดูไม่ธรรมดา

แบบบ้านชั้นเดียวที่เป็นแน่แท้จัง กับจำเป็นต้องมีสำหรับทุกครอบครัว มูลค่าปลูกสร้าง 1.20 ล้านบาทราคาประเมินเกี่ยวกับยื่นกู้ธนาคาร 1.40 ล้านบาทพร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแบบบ้านได้แล้ววันนี้

แบบบ้านเกษตรในฝัน หลังนี้ มูลค่าบ้านอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท หวังว่าเพื่อนๆ จักชอบกับถูกใจ แบบบ้านหลังนี้กันนะครับ ที่มาแบบบ้าน  thaidrawing

รีวิวไอเดีย คิดค้นบ้านใหม่ด้วยเงินเท่า 500,000 บาท

รีวิวไอเดีย ประกอบบ้านใหม่ด้วยเงินเช่น 500,000 บาท

               การเดินชีวิตของผู้คนในยุคกาลสมัยใหม่นี้ หลายๆ คน เลือเลื่องกที่จักอาศัยอยู่ที่คอนโด เหตุผลเพราะว่าการอยู่ในคอนโดนั้น มีความสบาย ทั้งในตอนการเดินทาง  สาธารณูปโภค ฯลฯ

               แต่เนื่องด้วยกับบางคน ที่ต้องการจักมีเวสน์สักหลังเป็นของตนเอง ก็ได้เลือเลื่องกที่จะหาพื้นที่เหมาะๆ สักแห่งในการปลูกบ้าน พร้อมกับถ้าสมมตใครยังคิดไม่ออกว่า เงิน 500000 บาทจะสร้างบ้านออกมาได้สวย ด้วยกันน่าอยู่ขนาดไหน

               ขอให้ไปชมกันเลย กับไอเดียรังรักษ์บ้านของคุณ สมาชิกหมายเลข 1251322 ที่ได้ออกแบบพร้อมกับสร้างบ้านมาด้วยตัวของเขาเอง

               ก็ต้องขอออกตัวก่อนเลยครับ ว่านี่เป็นรีวิวครั้งแรกในชีวิตเลย เกี่ยวกับการลำดับภาพอาจมีสลับไปสลับมา

               เพราะเรื่องงบในการก่อสร้างบ้านรวมทุกบาททุกสตางค์ แล้วก็เป็นเงิน 520000 บาท มีแผ่นดินใช้สอยคะเน 90 ตาราเมตร มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ

               ซึ่งแบบบ้านเราก็ เขียนกันเองกับเพื่อนๆ ใช้ผู้รับเหมาตามบ้าน ซึ่งก็ได้ผู้รับที่มูลค่าต่ำสุดในอำเภอ เพราะเป็นญาติกัน ใช้เวลาก่อสร้างเกือบ 2 เดือน ผลานที่ออกมา ก็เป็นที่น่าพอใจมากครับ โดยฝีมีอาจไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหล่ะครับ คุณภาพตามค่า ก็ถือว่าคุ้มค่ามากครับ

               จุดและแม่ ว่า อยากทีจะทำบ้านซักหลัง ก็แค่มุ่งหมายนะครับ แต่ว่าก็ยังไม่มีตัง ซึ่งท่านก็โดยที่ไม่ถามเราเลยว่ามีตังหรือว่าไม่

               พร้อมด้วยทีนี้ เราก็โดยได้กู้สหกรณ์มาเป็นจำนวน 6 แสน จากนั้นก็ตั้งงบสร้างไว้ที่ 5 แสนบาท ด้วยกันสำรองไว้อีก 1 แสนบาท งั้นเรามาและก็ยกพืนสูง 75 เซนติเมตร

ช่วงหลังปีใหม่ทะลุทะลวงมา ทำได้เท่านี้

มาดูต่อกันเลย

ส่วนในครัวมาชมกัน….

จากนั้นเราก็ ลือเลื่องกสีที่จะใช้ทาบ้าน ซึ่งตอนที่เลือกระฉ่อนก ก็มองว่าเป็นสีครีม

จากนั้นบ้านเรา ก็สำหรับสีเขียวในบ้าน คุณภรรยาก็เป็นคนเเลื่องกเองทั้งหมด

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

แระก็มาถึงพิธีขึ้นบ้านใหม่วันท่ 12 เมษายน 2557 กันเลย

               แต่ถ้าสมมติว่าคุณยังหา คอนโดมิเนียม ทำเลสร้างบ้าน หรือว่ายังหาแบบบ้านที่ถูกใจไม่ได้ เราขอแนะนำ รีวิวโครงการขายบ้านใหม่+ รายละเอียดต่างๆ ของบ้าน ใช่ไหมเข้าดูโปรโมชั่นพร้อมสิทธิพิเศษได้ที่

รีวิวทาวน์เฮ้าส์พฤกษา วิลล์ 65/2 ศรีสมาน

5 ไอเดียตั้งแต่งบ้านให้สวย ปริ่มไปด้วยความน่าหย่อน

5 ไอเดียตั้งบ้านให้สวย ปรี่ไปด้วยความน่าหย่อน

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.popsugar.com/

ไม่รับไม่ได้เลยว่าบ้านเป็นสถานที่เดียวที่จักทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายพร้อมทั้งมีความสุข แต่เท่าที่นานไปก็อาจทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายกับรูปแบบบ้านแบบเดิมๆ และยิ่งในที่อยู่มีบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้บ้านดูไม่น่าอยู่เอาเสียเลย แต่ปัญหานี้แก้ไม่ยาก แค่ปรับโทษผ่านบ้านหรือ คอนโดใหม่ เสียใหม่ด้วย 5 ไอเดียนี้ ก็จะทำให้บ้านน่าอยู่พร้อมทั้งดูคลายมากขึ้นแล้วล่ะ

1.ปรับแสงสว่างให้นุ่มนวลด้วยตะเกียง

ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นใช่ไหมห้องนอน ล้วนต้องการแสงที่มีความนุ่มนวล มองแล้วสบายตา โคมไฟจึงเป็นตัวเเลื่องลือกที่เหมาะที่สุดในการตกแต่งห้องเหล่านี้ เพื่อให้แสงที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง นอกจากนี้แสงอ่อนๆ ขายคอนโดพร้อมอยู่ จากโคมไฟ ยังให้บรรยากาศที่อบอุ่นเหมาะกับการหย่อนใจอีกด้วย

ขอบคุณภาพประกอบกิจจาก http://www.lizmarieblog.com/

2.เข้มสิ่งของชิดริมผนังทั้งหมด

จากที่เคยจัดบ้านด้วยการนำสิ่งของต่างๆ ตั้งจากกลางเป็นหลัก ลองกลับมาเป็นการจัดตกแต่งด้วยการจัดสิ่งของให้ชิดผนังบ้านทั้งหมดกันดู จักช่วยให้บ้านดูโล่งมากขึ้นและดูกว้างขวางมากขึ้นอีกด้วย กับขณะบ้านดูโล่งโปร่งนี่เอง ที่จักทำให้บรรยากาศภายในบ้านมีความเย็นสบายด้วยกันให้เวทนาที่ผ่อนคลายเป็นอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

3.ทาสีผนังห้องสำหรับสีอ่อน

การเเอิกเกริกกใช้สีผนังห้องโทนสีอ่อนหรือสีเย็น จะช่วยให้บ้านดูน่าอยู่ด้วยกันผ่อนคลายขึ้นมากทีเดียว เพราะว่าเฉพาะสีขาว สีเขียว สีฟ้า ไม่ใช่หรือสีเหร่ำลืองนวล เป็นต้น หรือไม่ก็ใครที่ไม่ชอบการทาสีก็อาจจะเลือเลื่องกตกแต่งผนังด้วยวัสดุกรุผนังสีอ่อนๆ แทนก็ได้ ซึ่งก็จะช่วยลดการสะสมความร้อนพร้อมทั้งทำให้บ้านเย็นสบายมากเลยล่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.mommy-diary.com/

4.ประชิดกันสาด เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดด

เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่ตัวบ้านมากเกินไป การติดกันสาดก็ช่วยได้ดีเหมือนกัน เพราะกันสาดจักทำหน้าที่ในการสะท้อนแสงแดดออกจากบ้าน ทำให้บ้านไม่ร้อนเกินไปกับแสงแดดไม่ส่องเข้ามาในบ้านมากเกินไปอีกด้วย นอกจากนี้การกั้นรอบบ้านด้วยระแนงไม้หรือจักติดฟิล์มกันแสงแดดที่กระจกก็ได้เหมือนกัน

5.ปลูกสร้างต้นไม้ทั้งนอกบ้านพร้อมทั้งในบ้าน

การปลูกสร้างต้นไม้ทั้งนอกบ้านพร้อมด้วยในบ้านจักทำให้บ้านมีความร่มเย็นพร้อมด้วยผ่อนคลายมากขึ้น โดยนอกบ้านนั้นอาจจักปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ อย่างเช่นต้นมะม่วง ต้นมะขาม เพื่อให้ร่มเงาแก่บ้าน ส่วนในบ้านก็อาจจักประดับด้วยไม้ประดับต่างๆ รวมถึงการจัดแจกันดอกไม้สวยๆ ซึ่งไม่เท่าแต่เพิ่มความผ่อนคลายให้แก่บ้านเท่านั้น แต่ยังทำให้บ้านมีสีสันพร้อมกับน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย

เพราะว่าให้บ้านมีแความผ่อนคลายกับเต็มไปด้วยความสุขของคนในบ้าน ลองมาตกแต่งบ้านของคุณด้วย 5 เคล็ดลับนี้ดู แล้วคุณจักได้ทั้งความสุขของครอบครัวกับบรรยากาศที่โพล้เพล้สบายกันเลย

5 ไอเดียแต่งบ้านให้สวย เจิ่งไปด้วยความน่าทุเลา

5 ไอเดียแต่งตั้งบ้านให้สวย ครบถ้วนไปด้วยความน่าหย่อน

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.popsugar.com/

ไม่ยอมรับไม่ได้เลยว่าบ้านเป็นสถานที่เดียวที่จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข แต่พอนานไปก็อาจทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายกับรูปแบบบ้านแบบเดิมๆ พร้อมด้วยยิ่งในเรือนมีบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้บ้านดูไม่น่าอยู่เอาเสียเลย แต่ปัญหานี้แก้ไม่ยาก แค่ปรับปรับเปลี่ยนบ้านหรือ คอนโดราคาดี เสียใหม่ด้วย 5 ไอเดียนี้ ก็จะทำให้บ้านน่าอยู่พร้อมด้วยดูพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้นแล้วล่ะ

1.ทำให้เสมอแสงสว่างให้นุ่มนวลด้วยโคมระย้า

ไม่ว่าจักเป็นห้องนั่งเล่นหรือไม่ก็ห้องนอน ล้วนต้องการแสงที่มีความนุ่มนวล มองแล้วสบายตา โคมไฟจึงเป็นตัวเเลื่องลือกที่เหมาะที่สุดในการตกแต่งห้องเหล่านี้ เพื่อให้แสงที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง นอกจากนี้แสงอ่อนๆ จากโคมไฟ ยังให้บรรยากาศที่อบอุ่นเหมาะกับการหย่อนอารมณ์อีกด้วย

ขอบคุณภาพกอปรจาก http://www.lizmarieblog.com/

2.นับสิ่งของชิดริมผนังทั้งหมด

จากที่เคยจัดบ้านด้วยการนำสิ่งของต่างๆ ตั้งจากกลางเป็นหลัก ลองเปลี่ยนมาเป็นการจัดตกแต่งด้วยการจัดสิ่งของให้ชิดผนังบ้านทั้งหมดกันดู จะช่วยให้บ้านดูโล่งมากขึ้นและดูกว้างขวางมากขึ้นอีกด้วย กับจนถึงบ้านดูโล่งโปร่งนี่เอง ที่จะทำให้บรรยากาศภายในบ้านมีความเย็นสบายและให้มุติที่ผ่อนคลายเป็นเป็นการใหญ่เลยทีเดียว

3.ทาสีผนังห้องอีกด้วยสีอ่อน

การเระบือกใช้สีผนังห้องโทนสีอ่อนไม่ใช่หรือสีเย็น จะช่วยให้บ้านดูน่าอยู่พร้อมกับผ่อนคลายขึ้นมากทีเดียว โดยเฉพาะสีขาว สีเขียว สีฟ้า ไม่ก็สีเหเลื่องงนวล เป็นต้น หรือว่าใครที่ไม่ชอบการทาสีก็อาจจักเลือกระฉ่อนกตกแต่งผนังด้วยวัสดุกรุผนังสีอ่อนๆ แทนก็ได้ ซึ่งก็จะช่วยลดการสะสมความร้อนด้วยกันทำให้บ้านเย็นราบรื่นมากเลยล่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.mommy-diary.com/

4.ชิดกับกันสาด เพื่อคุ้มกันความร้อนจากแสงแดด

เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่ตัวบ้านมากเกินไป การติดกันสาดก็ช่วยได้ดีเหมือนกัน เพราะว่ากันสาดจักทำหน้าที่ในการสะท้อนแสงแดดออกจากบ้าน ทำให้บ้านไม่ร้อนเกินไปกับแสงแดดไม่ส่องเข้ามาในบ้านมากเกินไปอีกด้วย นอกจากนี้การกั้นรอบบ้านด้วยระแนงไม้หรือไม่จักติดฟิล์มกันแสงแดดที่กระจกก็ได้เหมือนกัน

5.สร้างต้นไม้ทั้งนอกบ้านและในบ้าน

การปลูกต้นไม้ทั้งนอกบ้านกับในบ้านจะทำให้บ้านมีความร่มเย็นและผ่อนคลายมากขึ้น ขายคอนโดพร้อมอยู่ เพราะว่านอกบ้านนั้นอาจจะปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ อย่างเช่นต้นมะม่วง ต้นมะขาม เพื่อให้ร่มเงาแก่บ้าน ส่วนในบ้านก็อาจจักประดับด้วยไม้ประดับต่างๆ รวมถึงการจัดแจกันดอกไม้สวยๆ ซึ่งไม่เช่นแต่เพิ่มความผ่อนคลายให้แก่บ้านเท่านั้น แต่ยังทำให้บ้านมีสีสันด้วยกันน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย

ด้วยให้บ้านมีแความผ่อนคลายพร้อมด้วยเต็มไปด้วยความสุขของคนในบ้าน ลองมาตกแต่งบ้านของคุณด้วย 5 เคล็ดลับนี้ดู แล้วคุณจักได้ทั้งความสุขของครอบครัวพร้อมกับบรรยากาศที่หนาวเย็นสบายกันเลย

ปันออกเงินก้อนรีโนเวทไปไม่ถึง 3,000 จิตใจมันเหมือนได้ที่อาบน้ำใหม่

แจกเบี้ยรีโนเวทไปไม่ถึง 3,000 อารมณ์มันเหมือนได้ห้องน้ำใหม่

ใครจะเชื่อดุเพียงแค่เปลี่ยนพื้นห้องหับน้ำ ห้องน้ำเก่าที่ศักยดูธรรมดาก็กลายเป็นห้องน้ำที่ดูเลอค่าขึ้นมาทันทีเปรียบเสมือนวิธากับที่คุณ BoomBasic เคลื่อนเว็บไซต์พันทิป ดอทคอม นำมาชักจูงชาว Sanook! Home คอนโดขายดี ในวันนี้ สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมจะมารีวิวการผันแปรพื้นห้องน้ำในราคาไม่ถึง 3,000 บาท แต่อารมณ์มันเหมือนได้ห้องน้ำใหม่ (จริงๆ นะ) จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

1. แต่ก่อนอื่นหวังให้ดูห้องน้ำเก่ากันก่อนนะขอรับ

2. พิศๆ แล้วห้องน้ำเก่าก็เหมือนไม่ได้ขี้เหร่อะไร ถ้าว่าถ้าสังเกตดูตรงฐานของดู้อาบน้ำ จะเห็นความสะยึ๋ยกึ๋ย เนื่องจากว่าตอนรีโนเวทไปรอบที่แล้วได้มีการแผ่กระเบื้องไปก่อน จากนั้นจึงนำตู้อาบน้ำมาวาง และช่างเอายาแนวมายาบริเวณฐานของตู้อาบน้ำ เมื่อเวลาผ่านไปก็อย่างที่เห็นคราบดำๆ ตรึม ขัดอย่างไรก็ไม่ออก ผมเห็นดำๆ แบบนี้มานานพอสมควรแล้วครับ แต่ไม่รู้จะทำไงกับมันดี

3. ผุผังเฟะมาก

4. อุตส่าห์แตกออกส่วนเปียกชุ่มกับแห้งโดยใช้ตู้สรงน้ำ แต่ยาแนวกระเบื้องเก่าก็ต้องถูกล้างกันบ่อยๆ เพราะว่ามันดำง่ายมากๆ เนื่องแต่เป็นสีอ่อน

5. จนๆ วันหนึ่งผมเหลือบไปเห็นกระเบื้องที่ปูกันน้ำมันบริเวณกะทะในห้องครัวที่ถูกรีโนเวทไปซักพักใหญ่ๆ แล้วอันนี้

ดูเสด็จดูมาก็สวยดี ถ้าเอามาปูในห้องน้ำน่าจะเอามาปิดอาณาจักรดำๆ นั้นได้ กับทั้งนี้เพราะสีและลายออกแนวโทนทึบๆ หน่อย ยาแนวก็ต้องใช้สีดำ คงไม่ต้องมานั่งล้างห้องน้ำกันบ่อยๆ อีกแล้ว และถ้าทำจนมุมน่าจะสวยแบบอารมณ์ออนเซนแบบญี่ปุ่นๆ คิดได้แล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ดูแล้วไม่น่ายากเหมือนตอนรีโนเวทบ้านทั้งหลังที่บ้าพลังนั่งร้อยกรองแบบนั่งคิดทำอยู่คนเดียว ทบทวนดูได้ก็ไปซื้อของ ติดต่อช่าง ไม่ต้องคิดมาก ทำเล๊ยยยย จองคอนโด แค่นั่งคิดภาพที่จะออกมา พร้อมทั้งไม่ต้องล้างห้องน้ำบ่อยๆ ก็ฟินจากนั้นจ้า

6. ไปซื้อหาสิ่งของกัน

7.หวนที่บ้านลองวางกระเบื้องดูก่อนเลย ดูเข้าเค้าแฮะ

8.ให้ช่างเลาะคราบเน่าๆ นี้ออกก่อนเป็นชั้นแรก น่าเกียจมาก (จริงๆ ต้องเลาะเพื่อปูกระเบื้องทับ)

9.และต้องเลาะส้วมเก่าออกด้วย เนื่องจากว่าถ้าปูกระเบื้องทับลงไป ถ้าเกิดส้วมดันเสียขึ้นมาจะยกออกลำบาก มีฤกษ์ต้องถูกทุบสูง (เสียดายของหนะ) ทางผ่านที่ดีเลาะออกก่อนดีกว่า

10.ละเลียบออกดี

11.อย่าลืมหาอะไรมาปิดท่อส้วมนะครับ ถ้ามีอะไรเห็นด้วยไปตันขณะทำห้องน้ำนี่งานงอกแน่ๆ

12. รอยสกปรกดำ เราจะไม่เจอกันอีกแล้ว ลาก่อย (ช่างปูกระเบื้องเนี้ยบมาก)

13. แม่นมั่นว่าผมปูกระเบื้องทับลงไป ทางเข้าออกก็ต้องถูกตัดให้สูงจากทำเลที่ตั้งถูกปูกระเบื้องแล้วประมาณ 2 cm เพื่อที่จะได้วางพรหมเช็ดเท้าได้ และเปิดปิดประตูได้สะดวก

14. ที่ดินประตูก็ต้องถูกยกให้สูงขึ้นหมายความว่าเงาตามตัว เพื่อกันน้ำกรณีล้างห้องน้ำ

15. ด้วยกันต่อไปนี้คือห้องน้ำที่แค่ปูกระเบื้องใหม่ ทุกซอกทุกมุมไปชมกันเลย

16. ขอบกระเบื้องเนียนๆ / ลาก่อนคราบดำ

17. ต้นปลอมสร้างบรรยากาศได้ดี

รวบรัดค่าใช้จ่ายก็ชิลๆ ฮะ

ชิ้นส่วนที่ 1. คุณประโยชน์ช่างเทพ 1 คน 1 วันเสร็จ 1,500 บาท จริงๆ แกขอ 1,000 บาท ผมให้แกปฏิบัติ 1,500 ถือว่าจับจ่ายใจกัน วันข้างหน้าน่าจะมีโครงการอีก

ประเภทที่ 2. ค่าของ กระเบื้อง 5 ตารางเมตร , กาวซีเมนต์ , กาวยาแนว จองคอนโด 1,400 บาท ขายบ้านใหม่

ย่อประชุมค่าใช้จ่ายไม่ถึง 3,000 บาท มันโดนมากเมื่อเทียบกับผลงานที่ออกมาใช่ไหมหละ ใครคิดจะทำลองทำดูนะครับ สนุกและภูมิใจดี แค่เปลี่ยนกระเบื้องแค่เนี๊ยย อารมณ์ก็เปลี่ยน ไปเยอะแยะเลย

พร้อมทั้งจะว่าไปก็ถือว่ากระทู้นี้เป็นการแชร์ประสบการณ์ก็ได้ ผมหวังว่าบทเรียนที่ผมเคยพลาดไปในการรีโนเวทห้องน้ำครั้งแรกในกระทู้นี้น่าจะมีประโยชน์กับคนที่กำลังมีแพลนระวางจะรีโนเวทห้องน้ำ ไม่มาก ก็น้อย และผมหวังอีกเช่นกันว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์กับคนที่อยากรีโนเวทห้องน้ำใหม่ทุกคนนะครับ

ใครถือเอาว่าชอบและคิดว่ามีประโยชน์ช่วยกดด้านล่าง + ให้ด้วยนะครับ Thank you ยิ้ม / มีอะไรถามได้เลย

บอกเลขเด็ดอดีต รมต. ตรงปีคลอดลีกวนยู


หวย 1 เมษายน 2558 เผยเลขเด็ดอดีต รมต. ตรงปีเกิดลีกวนยู



หวย 1 เมษายน 2558


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (30 มี.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร์ ผบก.อก.ภ.5 บุตรชายของ นายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย และ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี งัดเผยว่า งวดที่ผ่านมาบิดาของตน ให้เลข 9 หลักสิบ ก็ออก 92 ก็มีถูกรางวัลกันหลายคน งวดที่จบพ่อของตนก็ได้ให้เลข 1 หลักสิบไว้พร้อมด้วย เข้ากับเลข 9 หลักสิบ ปรากฏว่า เลข 9 เข้ามาเป้า แต่เลข 1 นั้นเคลื่่อนไปอยู่หลัง

พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ กราบทูลว่า มาถึงงวดนี้ตนก็ไม่อยากเป็นข่าวอะไรมากแล้ว เพราะหากเป็นข่าวเลขมักไม่ออกดังที่หวังไว้ โดยงวดนี้บิดาสรรพสิ่งตนให้ซื้อเลข 6 หลักสิบ เน้น 60, 61 และ 66 ซึ่งตนเองก็บอกแค่ลูกน้องที่สำนักงานและเพื่อนฝูงแจกซื้อแล้ว หวยนี้ถือเป็นการพนัน ควรเล่นพอเหมาะพอควร เล่นพอสนุก

และจากการตำแหน่งพ่อของตนได้ส่งให้เลข 6 หลักสิบ มานั้น ก็ไปตรงกับเลขปีเกิดข้าวของ ลี กวนยู อดีตผู้นำพาสิงคโปร์ ที่ล่วงลับไปแล้ว เกิดปี พ.ศ.2466 ซึ่งเลข 6 งวดนี้แรงสุด

ติดตาม ตรวจหวย 1 เมษายน 2558 ที่นี่ http://news.sanook.com/lotto/check/01042558/


สลากกินแบ่งรัฐบาล 1 เมษายน 2558